ระบบสาธารณูปโภค

 ระบบสาธารณูปโภคและการจัดการสิ่งแวดล้อม

 
               การจัดระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ โครงการได้ออกแบบให้สอดคล้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  เช่น ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2550 ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น  
 
ระบบถนน
 
               ถนนสายประธาน มีเขตทางกว้างประมาณ 36 เมตร ขนาด 6 ช่องจราจร      ทั้งนี้ถนนสายประธานจะเชื่อมต่อกับถนนทางหลวงชนบท ชร. 4034
ถนนสายรองประธาน มีเขตทางกว้างประมาณ  25 เมตร ขนาด 4 ช่องจราจร
 
 
น้ำใช้และแหล่งน้ำใช้
 
              เมื่อมีการพัฒนาโครงการคาดว่า  จะมีความต้องการใช้น้ำรวมประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วัน        โดยเป็นน้ำใช้สำหรับพื้นที่อุตสาหกรรม  ทั้งนี้โครงการจะรับน้ำประปาจากบริษัท ริมกก อินดัสเทรียล ปาร์ค จำกัด  ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมริมกก  ซึ่งมีความสามารถในการผลิตน้ำประปาสูงสุดประมาณ 5,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน โดยบริษัทฯ ดังกล่าวสามารถให้บริการน้ำประปา ต่อโครงการ ได้อย่างเพียงพอภายในพื้นที่โครงการ
 

 ระบบระบายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม

 

           โครงการจะใช้บ่อหน่วงน้ำจำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วย บ่อหน่วงน้ำแห่งที่ 1 มีขนาดความจุ ประมาณ 368,000ลูกบาศก์เมตร  และบ่อหน่วงน้ำแห่งที่ 2  มีขนาดความจุประมาณ 272,000 ลูกบาศก์เมตร  รวมมีความจุทั้งสิ้นประมาณ 640,000 ลูกบาศก์เมตร โดยทำหน้าที่เป็นบ่อหน่วงน้ำฝนที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่โครงการ ซึ่งสามารถรองรับน้ำฝนได้ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง และโครงการจะสูบน้ำฝนออกนอกพื้นที่ โครงการในอัตราการระบายไม่เกินก่อนการพัฒนาโครงการ

 

ปริมาณน้ำเสียและการจัดการ

 

        จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียบำบัดทางชีวภาพแบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ (Activated Sludge : AS) สามารถบำบัดน้ำเสียได้ไม่น้อยกว่า 2,000 ลบ.ม./วัน สามารถรองรับน้ำเสีย จากพื้นที่อุตสาหกรรม ที่เกิดขึ้นประมาณ 1,814 ลบ.ม./วัน

 

            กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นให้มีลักษณะคุณสมบัติเป็นไปตามค่ามาตรฐานที่โครงการกำหนดไว้ก่อนส่งมายังระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของโครงการ  

 

             โครงการจะบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในโครงการให้มีคุณภาพน้ำทิ้งตามมาตรฐาน ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม

 

           กำหนดให้มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ BOD/COD Online และ DO Meter Online บริเวณบ่อหน่วงน้ำทิ้ง (Holding Pond) เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งภายหลังผ่านการบำบัด ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ และระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะต่อไป

 

                    กำหนดให้โครงการระบายน้ำทิ้งภายหลังผ่านการบำบัดลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะในช่วง ฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม) และห้ามระบายน้ำทิ้งในช่วงฤดูแล้ง (เดือนพฤศจิกายน-เมษายน)

 
ปริมาณมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลฯ
 
                   เมื่อโครงการเปิดดำเนินการคาดว่า จะมีปริมาณมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลฯ ที่เกิดขึ้น ประมาณ 24.2 ลูกบาศก์เมตร/วัน  เป็นมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลฯ ที่เกิดขึ้นจากพื้นที่อุตสาหกรรม 
 
          มูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยย่อยสลาย เช่น เศษอาหาร กิ่งไม้ใบไม้ ถุงพลาสติก เป็นต้น   ทั้งนี้โครงการจะจัดเตรียมถังรองรับมูลฝอยขนาด 200 ลิตร สำหรับรองรับมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยย่อยสลายวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของโครงการ  สำหรับโรงงานในพื้นที่กำหนดให้มีการจัดเตรียมภาชนะสำหรับรองรับมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยที่สามารถย่อยสลายได้   วางไว้ตามจุดต่างๆ  เพื่อรวบรวมก่อนส่งให้หน่วยงานท้องถิ่นรับไปกำจัดต่อไป
 
              มูลฝอยที่สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้ เช่น เศษกระดาษใช้แล้ว กระดาษแข็ง เศษขวด/แก้ว เศษไม้ และเศษพลาสติก ฯลฯ โครงการ และโรงงานอุตสาหกรรมจะคัดแยกและขายให้แก่ผู้รับซื้อของเก่าต่อไป
 
                มูลฝอยอันตราย เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ถ่านไฟฉาย และกล่องใส่หมึกพิมพ์ ฯลฯ ส่วนใหญ่เกิดจากอาคารสำนักงาน คาดว่าจะมีปริมาณร้อยละ 5 ของปริมาณขยะทั้งหมด หรือคิด เป็นปริมาณมูลฝอยอันตรายประมาณ 1.04 ลูกบาศก์เมตร/วัน ทั้งนี้โครงการจะต้องติดต่อให้หน่วยงาน ภายนอกที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมมารับนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป
 
 การจัดการคุณภาพอากาศ
 
โครงการจะพิจารณาถึงประเภทของกิจการ   ที่คาดว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศต่ำ และพิจารณาถึงประสิทธิภาพของระบบบำบัดมลพิษของโรงงานที่จะเข้ามาตั้งภายในพื้นที่โครงการ
 
โครงการจะกำหนดสิทธิการระบายมลพิษ เพื่อควบคุมมิให้ผลกระทบด้านคุณภาพอากาศที่เกิดขึ้นจากโครงการ   มีค่าเกินกว่าความสามารถในการรองรับมลพิษทางอากาศบริเวณพื้นที่ศึกษา
 
ระบบไฟฟ้า
 
ทั้งนี้โครงการรับไฟฟ้ามาจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเวียงชัย  เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และให้บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง จัดเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างเพื่อพัฒนาโครงการ มีระยะเวลาประมาณ 36 เดือน  ดังนั้นกระแสไฟฟ้าที่ใช้สำหรับกิจกรรมก่อสร้าง  จึงเพียงพอและคาดว่า ผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของชุมชนบริเวณใกล้เคียงจะอยู่ในระดับต่ำ  โครงการจะขอรับไฟฟ้าเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่โรงงาน ระบบสาธารณูปการส่วนกลาง และสำนักงาน  ด้วยความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้า พบว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเวียงชัย  สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโครงการได้อย่างเพียงพอ ดังนั้น คาดว่าผลกระทบจากการใช้ไฟฟ้าของโครงการต่อการใช้ไฟฟ้าของชุมชนจึงไม่ได้รับผลกระทบ
 
Visitors: 83,259